Untitled Document
เรื่อง
การวัดเวลา
โดย
ครูจ๊อย

การวัดเวลา



เวลา 1 ปี คือ เวลาที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ 1 รอบ ซึ่งใช้เวลา 365 วัน 5 ชั่วโมง 48 นาที หรือประมาณ 365   วัน*  แต่เนื่องจากการทำปฏิทินประจำปีต้องใช้วันเต็มทุกวัน ดังนั้น เพื่อให้จำนวนวันตรงกับปีโดยไม่คลาดเคลื่อน เศษ วัน จึงต้องทบหรือสะสมไว้ เมื่อครบ 4 ปีก็จะได้ 1 วัน ดังนั้นใน 4 ปี จึงต้องมี 366  วันครั้งหนึ่ง เรียกว่า ปีกระโดด (leap  year) หรือปี อธิกสุรทิน โดยกำหนดให้ปี ค.ศ. ซึ่งหารด้วย 4 ลงตัว มี 366 วัน จำนวนวัน 1 วัน ที่เพิ่มขึ้นให้เป็นวันของเดือนกุมภาพันธ์ คือ ปกติเดือนกุมภาพันธ์ มี 28 วัน แต่ในปีอธิกสุรทินจะมี 29 วัน เช่น ในปี ค.ศ. 2004, 2008, 2012 เป็นต้น เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. ซึ่งมากกว่าปี ค.ศ. อยู่  543  ปี  จะตรงกับปี พ.ศ. ซึ่งเมื่อหารด้วย 4 จะเหลือเศษ 3 เช่น ค.ศ. 2004 เป็นปีอธิกสุรทิน เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน ตรงกับ พ.ศ. 2004 + 543 = 2547 (2547 หารด้วย 4 เหลือเศษ 3) สรุปว่า

ปีอธิกสุรทิน คือ ปี ค.ศ. ที่หารด้วย 4 ลงตัว
   หรือ ปี พ.ศ. ที่หารด้วย 4 เหลือเศษ 3



น่ารู้
ก่อนที่ปฏิทิน (calendar) จะเป็นอย่างที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลานาน เพื่อให้จำนวนวันตรงกับจำนวนวันจริงๆ ในแต่ละปี เช่น เคยกำหนดให้ปีหนึ่งมี 10 เดือนบ้าง เดือนหนึ่งมี 30 วันบ้าง ไม่ถึง 30 วันบ้าง ผู้ที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาปฏิทิน คือ จักรพรรดิออกุสตุส (ออกัสตัส) และจักรพรรดิจูเลียส ซีซาร์ และสันตะปาปา เกรเกอรี่ที่ 13 (Pope Gregory XIII)


ปฏิทินที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นแบบที่สันตะปาปา เกรเกอรี่ที่ 13 ทรงคิดขึ้น เรียกว่า ปฏิทินแบบเกรเกอรี่ (Gregorian Calendar)โดยปรับปรุงจากปฏิทินแบบของจูเลียส ซีซาร์ (Julian Calendar) โดยเหตุที่ปฏิทินมีการปรับปรุงพัฒนาเรื่อยมา ทำให้ชื่อเดือนต่างๆ ในภาษาชาวตะวันตกไม่ตรงตามลำดับอย่างที่เป็นในปัจจุบัน

เช่น   เดือนกันยายน September เดิมเป็นเดือนที่ 7 (Septem ภาษาละติน = เจ็ด)
เดือนตุลาคม October เดิมเป็นเดือนที่ 8 (Octo ภาษาละติน = แปด)
เดือนพฤศจิกายน November เดิมเป็นเดือนที่ 9 (novem  ภาษาละติน = เก้า)
เดือนธันวาคม December เดิมเป็นเดือนที่ 10 (decem ภาษาละติน = สิบ)
สำหรับเดือนกรกฎาคม July ตั้งขึ้นตามพระนามของจักรพรรดิ์จูเลียส ซีซาร์
เดือนสิงหาคม August ตั้งขึ้นตามพระนามของจักรพรรดิ์ออกุสตุส (ออกัสตัส)
ชื่อเดือนอื่นๆ ตั้งตามพระนามเทพเจ้ากรีก หรือตั้งขึ้นตามฤดูกาล

 
*  เวลาจริง 1  ปี คือ 365 วัน 48 นาที 46 วินาที หรือประมาณ 365.242199074 วัน แต่เราใช้เพียง 1 ปี = 365.25 หรือ 365  วัน ซึ่งผิดจากความจริงประมาณ 0.007800926 วัน แต่เนื่องจากโลกหมุนช้าลง ทำให้เศษที่ตัดออกไม่มีความหมายมากนัก ประกอบกับนักดาราศาสตร์ยังเพิ่มจำนวนวินาทีให้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้จำนวนวันใน 1 ปี มี 365  วัน เป็นสิ่งที่ถือว่าถูกต้อง

ชื่อเดือนในภาษาไทยตั้งขึ้นตามแถบท้องฟ้า หรือจักรราศี (zodiac)* ซึ่งแบ่งท้องฟ้าออกเป็น 12 แถบ และมีความเชื่อทางโหราศาสตร์ว่า ดวงดาวในแถบท้องฟ้า หรือแถบกลุ่มดาวเหล่านี้มีอิทธิพลต่อเหตุการณ์ในโลก ชื่อของแถบท้องฟ้าหรือแถบดาว มีดังนี้
1. แพะ  (เมษ) 5. สิงโต  (สิงห) 9. คนถือธนู  (ธนู)
2. วัว  (พฤษภ) 6. หญิงสาว  (กันย) 10. แพะ, มังกร  (มกร)
3. คนคู่  (มิถุน) 7. ตราชู  (ตุล) 11. หม้อน้ำ  (กุมภ)
4. ปู  (กรกฎ) 8. แมงป่อง  (พฤศจิก) 12. ปลา  (มีน)

ทั้งนี้  ทำให้ผสมผสานกลมกลืนกับชื่อวันในสัปดาห์  ซึ่งไทยเราใช้ตรงกับชาวตะวันตก  คือ  ใช้ชื่อวันตามชื่อของดวงอาทิตย์  ดาวเคราะห์  และดวงจันทร์  ดังนี้
1.   วันอาทิตย์  (Sun) Sunday 5.   วันพฤหัสบดี (Jupiter) Thursday
2.   วันจันทร์  (Moon)   Monday 6.   วันศุกร์  (Venus) Friday
3.   วันอังคาร  (Mars)   Tuesday 7.   วันเสาร์  (Saturn) Saturday
4.   วันพุธ  (Mercury)   Wednesday

ความหมายของคำว่า  “เวลา”
คำว่า  “เวลา”  มีความหมายเป็น  2  นัย  ได้แก่
1. จุดเวลา
2. ระยะเวลา

1. จุดเวลา  (point of time)
 จุดเวลา หมายถึง สิ่งที่ใช้บอกตำแหน่งของดวงอาทิตย์ที่มองเห็น ณ จุดต่างๆ บนผิวโลก  เนื่องจากโลกกลม ทำให้คนบนผิวโลกเห็นตำแหน่งของดวงอาทิตย์แตกต่างกัน จึงกำหนดให้เวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ตรงศีรษะ ณ ที่ใดก็ตามเป็นเวลา เที่ยงวัน (noon) ณ ที่นั้น
 

เราเรียกเวลา  เที่ยงวัน  ว่า  12  นาฬิกา  และโดยที่เราแบ่ง  1  วัน  ออกเป็น  24  ชั่วโมง  เวลาบนเส้นสมมุติต่างๆ  ที่ลากจากขั้วโลกเหนือไปยังขั้วโลกใต้จึงแตกต่างกัน  เส้นสมมุติเช่นนี้เรียกว่า  เส้นลองจิจูด  (longitude)  มีทั้งหมด  360  เส้น  แต่ละเส้นทำมุม  1  องศา  ที่แกนของโลก  เส้นที่ลากผ่านเมืองกรีนีช  (Greenwich)  ในประเทศอังกฤษมีชื่อว่า  เส้น  0  องศา  ถ้านับไปทางตะวันออกเส้นถัดไปจะเป็นเส้น  1๐  ตะวันออก  2๐  ตะวันออก  3๐  ตะวันออก  ...  ถ้านับไปทางตะวันตก  เรียกว่าเส้น  1๐  ตะวันตก  2๐  ตะวันตก  3๐  ตะวันตก  ...  ซึ่งจะไปซ้อนทับกันที่เส้น  180๐  เรียกเส้นนี้ว่า  เส้นเขตวัน  (Date  line)  ถือเป็นเส้นเริ่มต้นของวันใหม่ตามปฏิทิน

ด้วยเหตุนี้  บริเวณที่อยู่ต่างฟากกันของเส้นนี้  จะมีเวลาปฏิทินต่างกัน  1  วัน  เช่น  ถ้าประเทศไทยเป็นวันที่  8  ธันวาคม  ประเทศสหรัฐอเมริกา  จะเป็นวันที่  7  ธันวาคม

*  แถบท้องฟ้า (zodiac) แตกต่างกันไปตามภูมิภาคที่สังเกตท้องฟ้า ช่วงเวลาที่ภูมิภาคต่างๆ เห็นแถบท้องฟ้าแตกต่างกันบ้าง


เวลามาตรฐาน  (standard time)
เวลามาตรฐาน  ถือตามเวลาของเมืองกรีนิช ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เวลากลางกรีนิช (Greenwich mean time) หรือ เวลากรีนิช (Greenwich time)

เวลาท้องถิ่น  (local time)
เนื่องจาก  1  วัน  มี  24  ชั่วโมง  และเส้นเวลา  (longitude)  มี  360  เส้น  เวลา  ณ  จุดบนเส้นที่ต่างกันจึงต่างกัน     ชั่วโมง  หรือ    =  4  นาที  ดังนั้นถ้าคิดเวลาจริง  ณ  จุดต่างๆ  ในประเทศเดียวกันอาจเป็นเวลาแตกต่างกันทำให้ยุ่งยากในการสื่อสาร  ประเทศต่างๆ จึงกำหนดเวลากลางๆ  ไว้เหมือนกันทั้งประเทศ  ยกเว้น  ประเทศที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่  เวลาแตกต่างกันหลายชั่วโมง  ถ้าใช้เวลาเดียวกันจะเกิดความสับสน  จึงกำหนดเขตเวลา  (time  zone)  ไว้ตามความเหมาะสม  (เช่น  ประเทศสหรัฐอเมริกา  แบ่งเขตเวลาออกเป็น  4  เขต  แต่ละเขตเวลาต่างกัน  1  ชั่วโมง  เช่น  ขณะที่นิวยอร์กเป็นเวลา  8  นาฬิกา  ที่ลอสแอนจีลิสจะเป็นเวลา  5  นาฬิกา  เป็นต้น)  เวลาของแต่ละเขตเวลาเช่นนี้  เรียกว่า  เวลาท้องถิ่น

เวลาจริงไม่ตรงกับเวลาท้องถิ่นเสมอไป  เช่น  จังหวัดอุบลราชธานี  อยู่ทางทิศตะวันออกของกรุงเทพฯ  จึงเห็นดวงอาทิตย์ก่อน  ดังนั้น  เวลาจริง  6.00  น.  ของอุบลราชธานีจึงไม่ตรงกับเวลาจริง  6.00  น.  ของกรุงเทพฯ  แต่ประเทศไทยกำหนดให้กรุงเทพฯ  และอุบลราชธานีมีเวลาท้องถิ่นเป็นอย่างเดียวกัน  คือเวลาท้องถิ่น 6.00 น.  ของอุบลราชธานีตรงกับเวลาท้องถิ่น 6.00 น.  ของกรุงเทพฯ
  เวลาท้องถิ่นของประเทศไทย  ลาว  เขมร  เวียดนาม  เร็วกว่าเวลามาตรฐานกรีนิช 7 ชั่วโมง
  เวลาท้องถิ่นของประเทศพม่าเร็วกว่าเวลากรีนิช  6   ชั่วโมง
  เวลาท้องถิ่นของประเทศจีนเร็วกว่าเวลามาตรฐานกรีนิช  8  ชั่วโมง
  เวลาท้องถิ่นของมาเลเซียและสิงคโปร์ความจริงเร็วกว่ากรีนิช  7  ชั่วโมง  เช่นเดียวกับไทย  แต่ด้วยเหตุผลทางการค้า  ประเทศทั้งสองประกาศใช้เวลาท้องถิ่นตรงกับจีน  คือ  เร็วกว่าเวลากรีนิช  8  ชั่วโมง
  เวลาท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่น  เกาหลี  เร็วกว่าเวลากรีนิช  9  ชั่วโมง



แหล่งที่มาของข้อมูล    หนังสือเรียนคู่สร้าง (อจท.) 
   
Copyright by Chiangmai Thepbodint School