Untitled Document
เรื่อง
การนำรูปเรขาคณิตมาวางเรียงกันทำให้เกิดลวดลาย
โดย
กลุ่มสาระคณิตศาสตร์

การนำรูปเรขาคณิตมาวางเรียงกันทำให้เกิดลวดลาย โดย นางทิพวรรณ สุคนธมาน, นางเปรมจิตต์ สระวาสี และนางฐะปะนีย์ นาครทรรพ
          รูปเรขาคณิต ได้แก่ รูปเหลี่ยมต่างๆ และวงกลม สามารถนำมาประกอบกันทำให้เกิดลวดลายต่างๆ เช่น
          ลวดลายที่เกิดจากรูปสามเหลี่ยม
          รูปสามเหลี่ยม อาจจะดัดแปลงเป็นลวดลายต่างๆ ได้โดยการแบ่งด้านของสามเหลี่ยมเดิมด้วยเส้นขนานและลบส่วนที่ไม่ต้องการออก หรืออาจหมุนรูปซ้อนกัน เพื่อให้ได้ลวดลายที่ต้องการ
          ลวดลายที่เกิดจากวงกลม
          รูป ก. เขียนวงกลมรัศมียาว 1 นิ้ว ใช้รัศมีเท่าเดิม กำหนดจุด A บนเส้นรอบวงเป็นจุดศูนย์กลาง เขียนส่วนโค้งไปตัดเส้นรอบวงสองจุดที่ B และ C ใช้ B และ C เป็นจุดศูนย์กลาง รัศมีเท่าเดิม เขียนส่วนโค้งไปตัดเส้นรอบวง เช่นเดียวกันจนได้จุดบนเส้นรอบวงครบ 6 จุด แรงเงาส่วนที่เส้นโค้งตัดกัน จะได้ลายกลีดดอกไม้หกกลีบ
          รูป ข. เขียนวงกลมรัศมียาว 1 นิ้ว ลากเส้นผ่านศูนย์กลางสองเส้นให้ตั้งฉากซึ่งกันและกัน สร้างวงกลมสี่วงบนรัศมีที่ตั้งฉากกันทั้งสี่ด้าน ลบรอยเส้นรัศมีออก แรเงาส่วนที่เส้นโค้งตัดกันจะได้ลายแบบหนึ่ง จากลายในรูป ข. อาจดัดแปลงเป็นลายรูป ค.
          ลวดลายที่เกิดจากรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม และวงกลม
          ลวดลายเหล่านี้อาจนำไปออกแบบลายผ้า พรม หรือลายแกะสลักต่างๆ
หลักเกณฑ์ในการนำรูปแบบต่างๆ มาประดิษฐ์เป็นลวดลาย

          เราพอจะพิจารณาได้ว่า มุมรอบจุดๆ หนึ่ง ที่เป็นจุดยอดของรูปเหลี่ยมใดๆ ย่อมมีขนาด 360 องศา ดังนั้นการที่จะวางรูปให้ต่อกันสนิท ขนาดของมุมของรูปเหล่านั้นจะต้องรวมกันเป็น360 องศาเสมอ
          ถ้านำรูปสามเหลี่ยมด้านเท่ามาต่อกันก็จะต้องใช้สามเหลี่ยมหกรูป ให้มุมทั้งหกจดกัน จุดยอดมุดร่วมกัน แขนของมุมชิดกันก็จะได้พื้นที่เต็มบริบูรณ์
ถ้านำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามาต่อกันก็จะต้องใช้สี่รูป
ถ้านำรูปหกเหลี่ยมมาต่อกันก็จะต้องใช้สามรูป

          การนำรูปชนิดต่างกันมาวางเรียงกัน         
          รูปแปดเหลี่ยมสองรูปกับรูปสี่เหลี่ยมหนึ่งรูป เป็นลวดลายบนฝาผนังหรือผืนผ้า
          รูปหกเหลี่ยมหนึ่งรูปกับรูปสามเหลี่ยมหนึ่งรูปและรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสองรูปเป็นลายกระจกสีประดับรอบเสาโบสถ์
          รูปสามเหลี่ยมสามรูปกับรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสองรูป เป็นลายกระเบื้องสีประดับรอบฐานพระเจดีย์ 
             รูปหกเหลี่ยมสองรูปกับรูปสามเหลี่ยมสองรูปประดิษฐ์เป็นลายพรม

ที่มา : 
http://www.kroobannok.com/2826

   
Copyright by Chiangmai Thepbodint School